New-Estima-2016 911-Carrera

ศูนย์ติดตั้งแก๊สขั้นเทพ

ติดngv พร้อมอุปกรณ์อัจฉริยะ

ติตดั้งแก๊ส อู่ลาดปลาเค้า 

ติด lpg ราคาถูก ของแถมมากมาย

ติดแก๊ส ด้วยอุปกรณ์ที่ป้องกัน"เครื่องร้อน"

แก๊สNGV ต้องติดตั้งในรถยนต์ด้วยช่างผู้ชำนาญ

Pajero sport ติดตั้งแก๊สรถยนต์ ประหยัดกว่า 5 เท่าเมือใช้น้ำมัน

ติดแก๊ส lpg ต้องหมั่นตรวจสอบ รอยรั่ว อย่างสม่ำเสมอ

 

aboutus

ถัง NGV มีถึง 4 แบบรู้ไหม

รถยนต์ที่เลือกติด NGV ส่วนหนึ่งเพราะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก 

เนื่องจาก แก๊ส NGV เป็นแก๊สที่ใช้แรงดันในการบรรจุสูง ถึง 2,200 psi อย่างน้อย การผลิตถังบรรจุจึงต้องแข็งแรงและได้มาตรฐานจริงจริงไม่งั้นเกิดอันตรายในขณะใช้งานได้ 

โดยถังบรรจุแก๊ส NGV มี 4 ชนิด ดังนี้คือ 

ชนิด

วัสดุที่ใช้

กระบวนการผลิต

คุณลักษณะเฉพาะ

NGV1

เหล็ก

รีดและอัดขึ้นรูปด้วย
ความร้อน

น้ำหนักมากแต่ราคาถูก

NGV2

เหล็กหรืออะลูมินั่มและไฟเบอร์

เสริมแรงถังด้วยไฟเบอร์
พันรอบ

น้ำหนักเบาลงกว่าถังเหล็ก

NGV3

เหล็กหรืออะลูมินั่มและไฟเบอร์

เสริมแรงถังด้วยไฟเบอร์
พันมิด

น้ำหนักต่ำลงอีกระดับหนึ่ง

NGV4

ไฟเบอร์ผสม

ไฟเบอร์รับแรงอย่างเดียว

น้ำหนักเบาที่สุดแต่ราคาสูง

ที่อู่ติดตั้งในประเทศไทย ส่วนมากจะใช้ถัชนิดที่หนึ่ง คือ ทำจากเหล็ก ล้วน ส่งผลให้รถติด NGV ต้องแบกรับน้ำหนักมาก แต่ก็สามารถแก้ไขได้โดยการใส่อุปกรณ์แหวนรองรับ และทำให้เพิ่มน้ำหนักถ่วงล้อได้ดีขึ้น ส่วนมากอู่ที่มีประสบการณ์การติด NGV จะเลือกตำแหน่งการติดตั้งถังในจุดที่สมดุลย์ เพื่อการขับขี่อย่างลงตัว

 

โดยถังแก๊ส NGV ที่นำมาใช้งานต้องมีการผ่านการทดสอบตามมาตรฐานดังต่อไปนี้ 

การรับรองมาตรฐานของถังบรรจุก๊าซมีหน่วยงานทั้งที่เป็นภาครัฐและหน่วยงานอาสาสมัครเข้ามา ดำเนินการ ได้แก่
- มาตรฐาน NGV2 (โดยสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา :The American National Standards Institute)
- มาตรฐาน CSA B-51 Part 2 (โดยสมาคมมาตรฐานแห่งประเทศแคนาดา:Canadian Standard Association)
- มาตรฐาน ISO/DIS 11439 (โดยองค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน:International Organization for
Standardization)
- มาตรฐาน UN/ECE R110 (โดยคณะกรรมการเศรษฐกิจของยุโรปแห่งสหประชาชาติ:United Nation Economic
Commission for Europe ) เป็นต้น
โดยในประเทศไทยก็ได้มีการพิจารณากำหนดมาตรฐานข้างต้นเป็นมาตรฐานของประเทศไทยด้วย และในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
คณะกรรมการของ ISO/DIS 11439 NGV 2 และ CSA B-51 Part 2 ได้มี การปรับประสานมาตรฐานให้มีความสอดคล้อง
กับมาตรฐานที่จำเป็นต้องมีการทดสอบ โดยครอบคลุมถึงสภาพ การใช้งาน การรับประกันคุณภาพ การทดสอบวัสดุที่ใช้ การทดสอบ
การผลิต และการทดสอบคุณสมบัติของถัง ดังนี้
1. สภาพการใช้งาน (Service Conditions) ได้กำหนดมาตรฐานการออกแบบ การทดสอบ และ ความปลอดภัยของถังบรรจุ
ก๊าซให้มีอายุการใช้งานไม่เกิน 20 ปี ที่ระดับ 3,000 - 3,600 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ณ อุณหภูมิ 70 องศาฟาเรนไฮท์หรือ 15 องศา-
เซลเซียส และกำหนดให้ถังบรรจุก๊าซต้องมีการตรวจสอบทุกๆ 3 ปี หรือ หลังจากการเกิดอุบัติเหตุ
2. การรับประกันคุณภาพ (Quality Assurance) เกี่ยวข้องกับระยะเวลาในการทดสอบ และ ตรวจสอบคุณภาพของถัง เพื่อให้
ผู้ผลิตผลิตถังได้ตามมาตรฐานการออกแบบและทดสอบ ซึ่งส่วนใหญ่จะควบคุม ดูแลโดยหน่วยงานของรัฐ และมีคณะกรรมการ
NGV 2 เป็นผู้กำหนดแนวทางปฏิบัติในด้านนี้ ทั้งนี้ ผู้ผลิตซึ่งมีระบบตรวจสอบคุณภาพจะต้องมีการลงทะเบียนให้เป็นไปตาม
มาตรฐาน ISO 9001-9002 เพื่อนำไปสู่การตรวจสอบและทดสอบการผลิต หรืออาจจ้างผู้ตรวจสอบอิสระ เข้ามาทำหน้าที่
ตรวจสอบ และทดสอบระบบคุณภาพ ของผู้ผลิตเป็นระยะๆ โดยผู้ตรวจสอบจะต้องให้การรับรองว่า วัสดุที่ใช้และการออกแบบ
เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
3. วัสดุและการทดสอบวัสดุที่ใช้ (Materials and Material Testing) ตัวถังบรรจุก๊าซที่เป็นถังชั้นนอก และถังชั้นใน ต้อง
ทำด้วยเหล็ก หรืออลูมิเนียม ซึ่งได้รับการทดสอบแล้วว่า มีความแข็งแรงทนต่อแรงกระทบ และการผุกร่อน ในส่วนที่เสริมด้วย
เส้นใย ต้องทำจากเส้นใยคาร์บอน และเส้นใยแก้วตามสัดส่วนที่กำหนด ซึ่งทดสอบแล้วว่าทนต่อแรงระเบิดได้ นอกจากนี้ เรซิน
ที่ใช้เคลือบ ต้องเป็นวัสดุพลาสติก ที่ทำให้อ่อนตัวได้โดยใช้ความร้อน โดยคุณสมบัติเดิมไม่เปลี่ยนแปลง (Thermoplastic)
หรือเป็นพลาสติกชนิดที่ถูกความร้อนครั้งหนึ่ง แล้วก็หมดคุณสมบัติในการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง (Thermosetting plastic)
4. การทดสอบการผลิต (Batch and Production Testing) เป็นการสุ่มตัวอย่างในการผลิตแต่ละครั้ง เพื่อทดสอบให้มั่นใจว่าใน
การผลิตถังบรรจุก๊าซแต่ละครั้ง มีการออกแบบ และทำตัวถังเหมือนกันทุกครั้ง หรือมีความคงที่ในกระบวนการผลิต โดยไม่มีการ
ปรับลดคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในการผลิต การทดสอบจะรวมถึงการขยายตัวของถังชั้นนอก และถังชั้นใน การเคลือบ การรั่ว
ความสมดุลของของเหลว การระเบิด และระยะเวลาการใช้งาน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีความชำรุดเสียหายหรือรอยร้าวของถัง
5. การทดสอบคุณสมบัติของถัง (Qualification Testing) เป็นการทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าการ ออกแบบถังบรรจุก๊าซจะมี ความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน โดยจะมีการทดสอบเมื่อมีการออกแบบถังใหม่ หรือเมื่อมีการปรับปรุงถังที่ใช้งานอยู่แล้วการ
ทดสอบคุณสมบัติของถังมีหลายวิธี ได้แก่

5.1 การทดสอบการระเบิด (Burst)
เพื่อให้มั่นใจว่าการออกแบบถังมีพื้นฐานที่สมบูรณ์ และมีการเสริมเส้นใยตามอัตราส่วนที่กำหนดไว้

5.2 การทดสอบรอบการใช้งานในสภาพบรรยากาศ (Ambient Cycling)
เป็นการทดสอบการรั่ว หรือการแตกร้าวของถัง โดยทดสอบรอบการใช้งาน ณ ระดับอุณหภูมิที่แตกต่างกัน

5.3 การทดสอบการไหม้ไฟ (Bonfire)
เป็นการทดสอบโดยนำถังบรรจุก๊าซไปวางไว้ในกองไฟ ณ ระดับแรงดันใช้งานที่ 25% และ 100% เพื่อตรวจสอบ
การออกแบบและการติดอุปกรณ์ลดแรงดันของถังที่เหมาะสม
5.4 การทดสอบการทนต่อการแตกร้าว (Flaw Tolerance)
เป็นการใช้เครื่องจักรทดสอบภายนอก ของถังเพื่อตรวจสอบความคงทนต่อการแตกร้าวของถัง

5.5 การทดสอบการตกจากที่สูง (Drop)
เป็นการทดสอบการปล่อยถังตกมาจากที่สูง ตามแนวนอนที่ระดับความสูง 3 เมตร ลงบนพื้นคอนกรีต และตาม
แนวตั้งที่ระดับความสูง 1.8 เมตร เพื่อตรวจสอบการรั่ว หรือรอยแตกซึ่งเป็นผลมาจากการตกลงมาจากที่สูง

5.6 การทดสอบโดยใช้ปืนยิง (Gunfire)
เป็นการทดสอบเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของถัง โดยใช้อาวุธปืนขนาดลำกล้อง 30 มิลลิเมตร มีความเร็วของ
วิถีการยิงที่ 850 เมตรต่อวินาที ซึ่งพบว่าไม่มีผล ทำให้ถังเสียหายแต่อย่างใด

ติด NGV อย่างมั่นใจเมื่อใช้ถังมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบ